ผู้เขียน หัวข้อ: กลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง เข้ากรุง 29 มี.ค. ดันนโยบาย “ เขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษ"  (อ่าน 2695 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ acharawadee

  • Global Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 293
  • เรตติ้ง: +7/-0
    • ดูรายละเอียด
กลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง เข้ากรุง 29 มี.ค. ดันนโยบาย  “ เขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษของกลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง ก่อนเปิดเสรีอาเซียน เสนอตั้ง “  คณะกรรมการนโยบายแก้ปัญหาและฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองทั่วประเทศ  ”  เสนอเร่งประกาศพื้นที่นำร่อง  “ เขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษ ” ชุมชนชาวเล 8 พื้นที่ และ กะเหรี่ยง 4 พื้นที่
 
      รายงานข่าวจากเครือข่ายคนไร้สัญชาติ  กลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมืองแจ้งว่า ในวันที่ 29-30 มีนาคมนี้ สมาชิกเครือข่ายฯนัดหมายกันมาร่วมงาน สมัชชา คนไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อผลักดันนโยบาย “ เขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษของกลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง  ก่อนเปิดเสรีอาเซียนณ. ข้างทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาแนวทางกำหนดนโยบายที่ชัดเจนต่อกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย  โดยเห็นว่า

    โอกาสที่ประเทศไทยเตรียมการเปิดเสรีอาเซียนปี  2556 นั้น หากมองถึงมิติของเชื้อชาติแล้วประเทศในอาเซียนล้วนแต่มีความหลากหลายของเชื้อชาติของกลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมืองทั้งสิ้น

        ข้อมูลทางวิชาการ ระบุว่า ประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมืองถึง 36  เผ่า มีภาษา อัตลักษณ์วัฒนธรรมและบริบทของสังคมที่แตกต่างออกไปจากสังคมใหญ่ อาทิเช่น ทางภาคเหนือมี  ปกากะญอ ขมุ มฺบีซู  มลาบรี  ม้ง  เมี่ยน  ลีซู  ลาหู่  ลัวะ อาข่า  ฯลฯ ภาคอีสานมี  ชาวกูย ภูไท  ญัฮฺกุร  โส้ ฯลฯ  ภาคกลางและตะวันออก มีชาวมอญ  ไททรงดำ ชอง  ฯลฯ และภาคใต้มี มอแกน มอแกลน อุรักละโว้ย  มานิและมาลายู  เป็นต้น รวมมีประชากรรวมกันมากกว่า 1,200,000  คน    แต่ในจำนวนนี้เป็นผู้ไร้สัญชาติถึง  400,000  คน           

กลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง เหล่านี้ส่วนใหญ่อาศัยในพื้นที่มาเป็นเวลานาน บางกลุ่มมีอายุกว่า 500   ปี   เป็นกลุ่มประชากรขนาดเล็กมีวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่เรียบง่ายผูกพันกับธรรมชาติอย่างแนบแน่น  ใช้ทรัพยากรแบบหาอยู่หากิน  มีระบบขัดเกลาทางสังคมและบ่มเพาะจนกลับกลายเป็นอัตลักษณ์และแบบแผนการดำเนินชีวิตของแต่ละกลุ่ม  ซึ่งสืบทอดสู่คนรุ่นหลัง  ดังเช่น   การอาศัยหาอยู่หากินกับป่าของชนเผ่าบนที่สูงทางภาคเหนือ   และการอาศัยหากินกับทะเลของกลุ่มชาวเล ทางภาคใต้  เป็นต้น 


วิถีปกาเกอะญอ ที่แก่งกระจาน ภาพจาก FB ของ  Oshi Jowalu

              ในระยะที่ผ่านมาเรื่องราววัฒนธรรมและระบบคุณค่านั้น  เริ่มอ่อนแอและลดความสำคัญลงไป   อันเป็นผลพวงมาจากนโยบายการพัฒนาที่ไม่สมดุลของรัฐบาลในทุกยุคทุกสมัย   ซึ่งมุ่งการพัฒนาภายใต้ระบอบทุนนิยมเสรีที่เน้นวัดความสำเร็จที่ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก    จนละเลยและละเมิดสิทธิวิถีชีวิตวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง  ที่อยู่อย่างเรียบง่ายและพอเพียงเหล่านี้   

นักวิชาการระบุว่า  กลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมืองหลายกลุ่มอยู่ตกอยู่ในภาวะวิกฤต เป็นกลุ่มเปราะบางที่คนในสังคมจะต้องช่วยกันปกป้องดูแล     ปัญหาโดยภาพรวมของกลุ่มคนเหล่านี้   มีผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและนโยบายใช้ทรัพยากรไม่เป็นธรรม  อาทิเช่น  โครงการพัฒนาขนาดใหญ่  การสัมปทานเหมืองแร่  การสร้างเขื่อน   นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว   การประกาศเขตป่าอนุรักษ์  เขตอุทยานและอื่นๆ ของรัฐไปทับที่อยู่และที่ทำกินดั้งเดิม    ฯลฯ   เมื่อปี 2553  มีการผลักดันให้เกิดมติคณะรัฐมนตรีเรื่องการแก้ปัญหาและฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลและกะเหรี่ยง  แต่ไม่มีผลในทางปฏิบัติ

ซึ่งปัญหาหลักของกลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมืองทั่วประเทศ  เป็นไปในลักษณะเดียวกัน  คือ ปัญหาความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ทำกินทั้งในป่า ในทะเล   และปัญหาพื้นที่ศักดิ์สิทธิเพื่อประกอบพิธีกรรมและสุสานกำลังถูกรุกราน      รวมทั้ง ปัญหาการไม่มีสัญชาติหรือไม่มีบัตรประชาชน   เข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐานและถูกเอาเปรียบ  ถูกรีดไถ่  ปัญหาขาดโอกาสทางด้านการศึกษา      ปัญหาการถูกรุกรานวิถีชีวิตวัฒนธรรมด้วยสังคมสมัยใหม่    ปัญหาการถูกดำเนินคดีจากการทำกินในเขตดั้งเดิมหรืออื่นๆ    รวมถึงปัญหาการขาดความมั่นคงทางด้านจิตใจเนื่องจากการถูกกดทับมายาวนานและปัญหาอคติชาติพันธ์ของคนในสังคมไทย   ที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง    ยิ่งทำให้คุณภาพชีวิตเลวร้ายลง กลายเป็นกลุ่มคนที่ยากจน   

     

ที่สำคัญรากของปัญหาเหล่านี้  เริ่มก่อเค้าโครงให้เกิดปรากฎการณ์และคำถามต่างๆในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ  เช่น   ชาวเลถูกนายทุนจ้างจับปลาสวยงาม    นายทุนจ้างกะเหรี่ยงตัดงาช้าง   ทำไมชาวม้งจับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ซึ่งบังคับย้ายเขาออกจากป่า ?     เจ้าหน้าที่รัฐเผ่ายุ้งข้าวกะเหรี่ยง   ระหว่างประกาศเขตป่าของรัฐกับกะเหรี่ยงใครอยู่ก่อน?    ชาวเลถูกจับข้อหาจับปลาในเขตอนุรักษ์แต่ศาลยกฟ้อง    ฯลฯ       ซึ่งหากพิเคราะห์ให้ชัดเจนจะเห็นว่าคนเหล่านั้น  “ กำลังตกเป็นเครื่องมือของทุนหรือผู้ร้าย  “ โดยการจ้างให้ใช้ความสามารถพิเศษและภูมิปัญญาของเขาไปกระทำผิด   รวมทั้ง นโยบายรัฐที่ไปรุกรานละเมิดสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ  โดยที่คนเหล่านี้ไม่มีความรู้ทางกฎหมายในการปกป้องตนเอง  รวมทั้งไร้สิทธิไร้เสียงที่จะตอบโต้แม้ว่า ความจริงจะถูกบิดเบือนก็ตามที

เหล่านี้  นับเป็นความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่กระทำต่อคนในสังคม  จนก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง  และ ปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มจะขยายใหญ่ขึ้นเมื่อประเทศไทยเปิดเสรีอาเซียน   อันจะนำมาซึ่งการสูญเสียความหลากหลายทางวัฒนธรรม   และอาจจะนำมาสู่ความรุนแรงทางสังคม  เฉกเช่นเดียวกับการกดทับกลุ่มชาติพันธ์มาลายู ในจังหวัดชายแดนใต้  หากรัฐบาลไทยและคนในสังคมไม่ใส่ใจในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนละเอียดอ่อนนี้อย่างถูกที่ถูกทางและเหมาะสม 

   ดังนั้น   เครือข่ายคนไร้สัญชาติ  กลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมืองจึงจัด สมัชชาคนไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อผลักดันนโยบาย “ เขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษของกลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง ”  ก่อนเปิดเสรีอาเซียน  ขึ้น ในวันที่  29 - 30  มีนาคม  2555    ณ. ข้างทำเนียบกรุงเทพมหานคร    เพื่อเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขต่อสังคม  สาธารณะและระดับนโยบาย   

โดยมีข้อเสนอคือ
1.   เสนอให้มีมติคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง “  คณะกรรมการนโยบายแก้ปัญหาและฟื้นฟูวิถีชีวิตวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองทั่วประเทศ  ”  โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน  และมีคณะกรรมการจากทุกภาคส่วน  คือ ผู้แทนชนเผ่า   องค์กรพัฒนาเอกชนที่ร่วมดำเนินงาน   นักวิชาการ  ผู้ทรงคุณวุฒิ   และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง   

2.   เสนอให้มีมติคณะรัฐมนตรี จัดตั้งกอง  “ แก้ปัญหาและฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มคนไร้สัญชาติ  กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง “  โดยสนับสนุนงบประมาณอย่างน้อยปีละ  500  ล้านบาท  เพื่อสนับสนุนเสริมสร้างความเข้มแข็งชุมชน   การศึกษาวิจัย   การฟื้นฟูวัฒนธรรม  การพัฒนาคุณภาพชีวิต / อาชีพ    และการแก้ปัญหาอื่นๆ  ฯลฯ โดยให้กองทุนอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการตามข้อ 1.

3.   เสนอให้คณะกรรมการตามข้อ 1. เร่งดำเนินการ ดังนี้ 
3.1 ).  ดำเนินการตาม มติคณะรัฐมนตรี  2553  เรื่องการแก้ปัญหาชาวเลและกะเหรี่ยง  โดยเร่งประกาศพื้นที่นำร่อง  “ เขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษ ” ชุมชนชาวเล 8 พื้นที่ และ กะเหรี่ยง 4 พื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องที่ดินอยู่อาศัย และที่ทำกิน   เป็นลำดับแรก

3.2 ). สนับสนุนการศึกษาวิจัย  สำรวจรวบรวมข้อมูลของพื้นที่กลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมืองทุกกลุ่มเพื่อเป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาระยะยาว

3.3 ). สนับสนุนการศึกษาพัฒนาให้เกิดการจัดตั้ง “ องค์กรหรือสถาบัน  ”  ที่ดูแลคนไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง  ตามแนวทาง “ เขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษ ” ภายใน 6  เดือน

3.4 ). หาแนวทางแก้ปัญหาเร่งด่วน ในกรณีความขัดแย้งในปัญหาที่ดินอยู่อาศัย  พื้นที่ทำกิน   เรื่องสัญชาติ และการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานอื่น ๆ อย่างเท่าเทียม

กำหนดการสมัชชา คนไร้สัญชาติ กลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง เพื่อผลักดันนโยบาย “ เขตสังคมวัฒนธรรมพิเศษของกลุ่มชาติพันธ์และชนเผ่าพื้นเมือง ก่อนเปิดเสรีอาเซียน

วันที่  29 - 30  มีนาคม 2555   ณ. ข้างทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร

 
วันที่ 29 มีนาคม 2555   
           เช้าตรู่   พร้อมกันตามพื้นที่นัดหมาย
06.00 – 08.00  น.   เตรียมพื้นที่รณรงค์
09.00 – 10.00 น.   พิธีเซ่นไหว้บวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์
10.00 – 12.00 น.   เตรียมขบวนสู่ทำเนียบรัฐบาล
13.00 – 16.00 น.   เวทีให้ข้อมูลสาธารณะข้างทำเนียบรัฐบาล
16.00 – 24.00 น.   การแสดงทางวัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองจากทั่วประเทศ
   กะเหรี่ยง   ฟ้อนดาบ / ดนตรี / เตหน่า / ซ้อตรู่ /แคน
   ม้ง   เต้นรำม้ง / เป่าแคน
   ชาวเล   ร็องแง็ง
   ไทยทรงดำ   รำ / ร้องเพลง
   อาข่า ลาหู่ ลีซู   เต้นรำ / ดนตรีพื้นบ้าน / อาข่ากระทบไม้
   ลาวอพยพ   หมอลำ
   พลัดถิ่น   มโนรา
   การแสดงจากศิลปินรับเชิญ

วันที่ 30 มีนาคม 2555
07.00 – 09.00  น.           เตรียมขบวนแต่งชุดประจำชนเผ่า เดินทางถึงไบเทคบางนา
10.00 – 17.00 น.            เข้าร่วมเวทีวิชาการและตลาดนัดในงานสมัชชาชาติ
17.00 -   เป็นต้นไป          เดินทางกลับภูมิลำเนา

ประสานงาน :
ศักดา :  081-1387-4904             ไมตรี : 089-650-7805
สุวิชาน : 086-851-7216      ศรีวิกา : 081-960-0339   
พฤ : 088-431-5836                 Email :  chipakayaw@yahoo.com